← Journeys

Amsterdam #

ตอนย้ายมาอยู่สิงคโปร์ไม่ได้จดเก็บไว้ รอบนี้กำลังจะไปอยู่ Amsterdam เลยได้โอกาสจดเป็น Journey ยาวเก็บไว้ตั้งแต่ต้น title อาจจะเปลี่ยนถ้าอยู่มากกว่า Amsterdam แต่เริ่มต้นไว้แบบนี้ก่อน

January 2022 #

หลังจากได้งานแล้วและ Relocation service ติดต่อมาเรื่องทำ Visa ก็จัดการเอกสารเพื่อให้ฝั่ง Amsterdam ทำเรื่อง MVV High skill visa จากฝั่งนั้นประมาณกลางเดือนมกราคม (17 January 2022) รอประมาณสองอาทิตย์ ก็ได้เอกสาร สำหรับไปยื่นสถานทูต Netherlands เพื่อไปเอา MVV Visa แปะลง Passport

เวลาที่ใช้ทั้งหมดสำหรับขอ Visa คือประมาณ 2 อาทิตย์ (รอ MVV Approve ประมาณอาทิตย์นึง) + เอา Passport ไปแปะ Visa ประมาณ 3 วันไม่รวมหยุดเสาร์อาทิตย์ เร็วมาก!

ระหว่างที่ขอ MVV ก็ทำเรื่องแปลเอกสารสูติบัตรเพื่อใช้ลงทะเบียนขอ resident card ใน Amsterdam ด้วย พยายามถาม support ของเว็บ Netherlands worldwide ว่าแปลเอกสารจาก สิงคโปร์แล้วรับรองที่สิงคโปร์ได้มั้ย ก็ไม่ได้คำตอบที่ clear เท่าไหร่ ที่แน่ๆ คือไม่สามารถให้สถานทูต Netherlands ใน สิงคโปร์รับรองเอกสารไทยหลังจากรับรองโดยสถานทูตไทยในสิงคโปร์แน่ๆ แต่ให้สถานทูตไทยในสิงคโปร์รองรับคำแปลแล้วมา ยื่นให้สถานทูต Netherlands ในไทยได้มั้ยนี่เหมือนจะได้ (ไม่ได้!) เลยไปรับรองคำแปลเอกสารที่สถานทูตไทยก่อน

แต่เพื่อความชัวร์ระหว่างที่ทำเรื่องคำแปลด้วยตัวเองก็จ้างคนแปลเอกสารในไทยเพื่อให้ทำเรื่องรับรองเอกสารด้วยกระทรวง การต่างประเทศในไทยไว้ด้วย โดยลองหาใน Google และตอนนี้จ้าง BBK Translation ให้แปลและยื่นเรื่องทุกอย่างให้ ค่าบริการทั้งหมด 5550 บาท (ขึ้นอยู่กับประเทศที่จะให้ยื่นให้ด้วย ค่าธรรมเนียมอาจจะต่างกัน)

February 2022 #

บินกลับมาไทยหลังจากออกจากโรงแรมได้ก็ลองเอาสูติบัตรที่แปลและรับรองโดยสถานทูตไปสถานทูต Netherlands ในกรุงเทพฯ ให้รับรองอีกรอบ แล้วก็รู้ว่าไม่สามารถทำได้ (เจ้าหน้าที่มีถามก่อนด้วยว่าด่วนมั้ย บินเมื่อไหร่ คิดว่าถ้าไม่มีเวลาก็อาจทำให้) ให้เอาเอกสารไปรับรองกับกงสุลก่อน

March 2022 #

หลังจากพักอยู่ไทยมาเดือนก็ถึงเวลาบินมา Amsterdam, Netherlands แล้ว รู้สึกใจหายเหมือนกันเพราะไม่ได้กลับไทยมานานแล้ว รอบนี้บินแวะไปสิงคโปร์ก่อนเพราะซื้อตั๋ว SQ ไว้ด้วยไมล์บัตรเครดิตทั้งหมดที่มี ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นอะไร ขาออกจากไทย รู้สึกคนน้อย Lounge ที่ใช้ SQ ก็ให้ไปใช้ร่วมกับการบินไทยแล้ว ตอนไปแทบจะไม่มีคน แต่ lougne ดี ส่วนร้านต่างๆ หลังจากผ่านตรวจคนเข้าเมืองยังปรับปรุงไม่เสร็จ

จาก Suvarnabhumi มาถึง Changi คนเยอะต่างกันมาก Changi แทบจะกลับไปก่อน Covid แล้วต่างกันแค่ร้าน หลายร้านปิดเร็วขึ้น (บินถึง Changi ประมาณทุ่มนึงสิงคโปร์) ส่วน Lougne SQ Changi ก็ทำใหม่อีกเช่นกัน เรียกว่าหลังจากสองปีไม่ได้บิน ทุกที่ upgrade lounge ใหม่หมดเลย แต่คนเยอะมาก แทบไม่มีที่นั่งหลังจากเข้า ไปใน lounge ทุกคนยังใส่หน้ากากกันอยู่ แต่ก็รู้สึกแน่นเหมือนหน้ากากไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรแล้ว นั่งอยู่จนประมาณ ห้าทุ่มก็ไปที่ gate แล้วก็บิน 14 ชั่วโมง มา Amsterdam

Amsterdam #

บินมาถึง Amsterdam ทุกอย่างนี่ตรงข้ามกับ Asia มาก แทบไม่มีคนใส่หน้ากากแล้วตอนออกจากสนามบิน ผ่านจาก ตรวจคนเข้าเมืองออกมาก็เร็วมาก (แต่ Visa ที่อยู่ใน Passport เป็น Visa ประเภทมาทำงาน MVV เลยน่า จะต่างจาก Visa ท่องเที่ยวที่จะโดนถามว่าพักที่ไหน แล้วก็จะออกเมื่อไหร่ แต่ถ้าใครมา Visa ประเภทนี้พิมพ์ เอกสารที่เอาไปขอ Visa ที่สถานทูตไว้ด้วย จะเร็วขึ้นกว่านี้แทนที่ต้องมาหาใน มือถือเพื่อเอามาแสดง)

นั่ง Uber จากสนามบินมาโรงแรมที่บริษัทจองให้ไม่นานเท่าไหร่ check-in จากนั้นก็ออกจากห้องไปสำรวจเมือง กับซื้อ Grocery เข้าตู้เย็นในห้อง (โรงแรมที่บริษัทจองให้มีครัวในห้องให้ทำกับข้าวกินเองได้) แล้วก็ยิ่งรู้สึกแปลก กว่าเดิมหลังจากใส่หน้ากากมาสองปีทุกวัน แต่ Amsterdam แทบจะกลับไปก่อน Covid ต่างแค่ไม่มีนักท่องเที่ยว มากนัก

หาบ้าน #

หลังจากชิวอยู่สองวันเก็บของ unpack จักรยาน ไปเยี่ยมเพื่อนที่มาที่นี่ก่อนสามเดือนที่แล้ว คนที่บริษัทจ้างให้ (ต่อไปจะเรียกว่า Agent) ช่วยเรื่องย้ายมาที่ก็ติดต่อมาว่าจะไปดูบ้านกันหละ คุยกับเพื่อนก็บอกว่าบ้านที่นี่หา ยากกว่าสิงคโปร์ทั้งราคา และ ข้อกำหนดก่อนเช่าต่างๆ รวมถึงวิธีเช่าด้วย

ส่วนตัวไม่เรื่องมากเรื่องขนาดบ้านมากนัก แต่ขอบ้านใหม่หน่อย จริงๆ อยากได้แบบ furnish มาให้แล้วด้วย แต่หลังจากเจอเว็บเช่า furniture เลยเอาแบบไหนก็ได้ แต่ราคาบ้านที่เจอแบบเข้าอยู่ได้ทันทีหรือเข้่าอยู่ ได้ในช่วงที่ยังอยู่ในโรงแรมก็จะอยู่ประมาณ €1,500 - €2,000 (มีมากกว่านั้นด้วย แต่จำกัดไว้แค่นี้แหละ) และราคาในเมืองกับนอกเมืองต่างกันไม่มากเท่าไหร่ หรือแม้จะต่างเมืองออกไปอย่าง Haarlem ก็จะแพง ประมาณนี้ ที่ถูกหน่อยก็จะอยู่แถว Amstelveen แต่ข้อเสียคือห่างไกลจาก รถไฟฟ้าและ Tram พอสมควร

Agent ก็ขับไปดูแถวในเมืองกับแถวทางเหนือตาม list ที่ agent เลือกมาให้ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่ยัง ไม่มีใครต่อคิวมาดู หรือ agent รู้จักเป็นการส่วนตัวเพราะ list ที่ลองหาแล้วส่งไปให้จาก Funde แทบจะโดนตัดทิ้งหมดเลย​หรือไม่ก็คือไว้ดูวันที่สอง เพราะส่วนใหญ่โดนจองไปหมดแล้วมีคิวอยู่ยาว หรือไม่ก็ เป็นของ Investment firm ที่ต้องสมัครเข้าไปส่งเอกสารหลายอย่าง

ที่โหดสุดของการเช่าบ้านที่นี่คือจะเช่าบ้านที่นี่ได้ต้องมีเอกสารว่ามีรายได้อย่างน้อย 3 - 4 เท่าของค่าเช่า ไม่งั้นเช่าไม่ได้ เพราะงั้นถึงเลือกแพงไปก็ไม่มีประโยชน์เงินเดือนไม่ถึง ตรงนี่ต่างจากสิงคโปร์พอสมควร ที่ไม่มีข้อกำหนดตรงนี้ตอนจะเช่าบ้าน

ส่วนบ้านที่เช่าที่นี่ (วันที่สามดูรอบเดียวก็ได้เลย) ต่างจากที่เคยอยู่ในสิงคโปร์พอสมควร สิงคโปร์บ้านจะมี ประมาณสองแบบคือ HDB ที่เก่าหน่อยกับ Condo ที่ดู private กว่าแล้วก็ใหม่ บ้านที่นี่ไม่มี HDB และหลาย ที่จะเหมือน private condo เหมือนสิงคโปร์แต่ห้องใหญ่กว่ามากในราคาที่พอๆ กัน (แพงพอกัน เหมือน อยู่ downtown สิงคโปร์ แต่อาจจะไปอยู่แถวชานเมืองได้) หรือไม่ก็เป็น renovate house ที่ด้านในดู ใหม่มาก แต่หน้าบ้านดูเก่า และส่วนใหญ่จะอยู่ในเมือง อีกอย่างที่ต่างจากสิงคโปร์คือบ้านในเมืองบันไดชัน มากถ้ามีของเยอะต้องเลือกดีๆ พอสมควร บ้านที่เลือกไว้คือมีบันไดขึ้นบ้านไม่ชันมาก พอลากกระเป๋า จักรยานขึ้นบ้านได้ แต่ห้องนอนต้องขึ้นบันไดชันๆ ไปอีกชั้น แต่แลกกับ location ที่อยู่กลางเมือง ใกล้ กับ Grand Station และมี Metro อยู่หน้าบ้านเลย

สัญญาเช่าบ้านที่นี่ก็มีหลาย แบบคือแบบสองปีแล้วต้องออก แต่จะยกเลิกสัญญาเมื่อไหร่ก็ได้ หรือแบบอย่างต่ำ หนึ่งปีแล้วต่อไปเรื่อง (อย่างหลังนี่เหมือนสิงคโปร์) แบบแรกบ้านจะแพงกว่าพอสมควรแต่ก็ไม่ต้องกลัวถ้า อยากย้ายบ้านหลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน

หลังจากได้บ้าน เซ็นสัญญา ส่งหลักฐานแสดงเงินเดือน โอนเงินแล้วก็นัดรับกุญแจก็พร้อมย้ายเข้าบ้านหละ

April 2022 #

เป็นเดือนที่ยุ่งแล้วเพราะเริ่มงานแล้ว แม้งานจะยังชิวอยู่ส่วนใหญ่ยังเป็น Onboarding กับทำความคุ้นเคย กับระบบ แต่ที่วุ่นวายคือจัดการบ้านให้เรียบร้อย

บ้าน #

บ้านที่อยู่ตอนนี้อยู่แถว Nieuwmarkt ซึ่งอยู่ใกล้จุดเที่ยวสองอย่างของ Amsterdam, China town และ Red light district! 😅 ก็ไม่คิดว่าจะย้ายจาก Geylang มาอยู่ Geylang ตกเย็นเรียกว่าแถวบ้าน พลุกพล่านมาก ออกไปเจอคนนั่งดื่มหรือมาเดินเที่ยวอัดเต็มถนน โดยเฉพาะศุกร์เสาร์

นอกจาก location ก็มีเครื่องใช้ในบ้าน ส่วนใหญ่ก็จัดการเช่าไว้หมดแล้วพวก Furniture ที่คิดว่าไม่อยาก ขนหรือทิ้งก็เช่าเอาเกือบหมด แต่หลายอย่างก็ยังขาดอยู่โดยเฉพาะเครื่องใช้สำหรับความสะอาดบ้าน และ เครื่องครัว (ไม่คิดว่าจะซื้อแต่ทนอาหารที่นี่ไม่ไหวจริงๆ) และ Bidet Sprayer สำหรับห้องน้ำ!

หลายอย่างที่คิดว่าจะหาง่ายก็หายาก อย่างเครื่องครัวที่ถ้าอยู่สิงคโปร์สามารถไปเดินเลือกในห้างอย่าง Tang ได้ แต่ที่นี่ห้างมันเล็กกว่าในเอเชียมาก สุดท้ายก็ไปหาเอาใน Ikea ง่ายกว่า ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และ Bidet Sprayer หาง่ายสุดคือ bol.com ซึ่งเหมือน local amazon.com แต่ทุกอย่างเป็นภาษา dutch ใช้ทีก็ต้อง คอยแปลหน่อย สั่งเสร็จของมาส่งถึงบ้านก็แกะ ประกอบเอาเก็บ วุ่นไปประมาณ อาทิตย์

Bank #

ตอนแรกคิดว่าจะเปิดยากปรากฏว่าง่ายกว่าที่คิด แต่ต้องมีที่อยู่แล้วนะเพราะทุกอย่างจะส่งมาที่อยู่บ้านตอนเปิด บัญชีไม่มีอะไรให้ตอนไปที่สาขาแล้วเปิดบัญชีนอกจากเอกสารที่บอกว่า มาเปิดบัญชีนะ

ธนาคารที่ใช้หลังจากผิดหวังกับ Bunq ไปคือ ABN Amro เดินไปที่สาขาตรงโรงแรมที่อยู่แล้วก็ยื่นเอกสาร เกี่ยวกับสัญญาการทำงานทั้งหลาย กับเอกสารเช่าบ้าน แล้วก็จบเลย ทุกอย่างส่งมาที่บ้านหลังจากนั้นในห้าวัน ซึ่งส่งแยกวันละชิ้นด้วย ตั้งแต่ รหัส Activate debit card, debit card, debit card pass code และที่สำคัญสุดคือ e-activator ที่เป็นเครื่องไว้ generate one time password พอได้ครบถึงจะ ใช้ App บนมือถือได้ แต่พอใช้ได้แล้ว Activate บัตรปุ๊บ ทุกอย่างในชีวิตที่นี่ก็ง่ายขึ้นทันที เพราะไม่ต้องคอย แลกเงินเข้า Wise แล้ว (แต่ก็ใช้ Wise ส่งเงินจากสิงคโปร์เข้าบัญชีที่นี่อยู่ดี 😂)

แต่บัตร debit card ที่ได้มาไม่ใช้ Visa, Mastercard หรือ card processing network ที่ปกติ รู้จักแต่เป็น Maestro! ลองกดหาในวิกิพบว่าเป็นบริษัทลูก Mastercard นั้นแหละ แต่ใช้กับเครือข่ายบัตร เครดิตปกติไม่ได้เลย (กรอกเลขบนบัตรเพื่อจ่ายตังไม่ได้) และเลขบนบัตรก็ต่างจากบัตร credit/debit ที่เคยใช้ด้วย

แต่ที่นี่มีระบบที่เรียกว่า iDeal ส่วนตัวไม่ค่อยชอบใช้ระบบ debit ที่หักเงินตรงจากในบัญชีเท่าไหร่แต่ระบบ นี้มีต้องยืนยันตัวตัวก็คิดว่าไม่แย่เท่าไหร่ (ประมาณ Netspay ในสิงคโปร์) ใช้จ่ายเงินออนไลน์ได้ทุกอย่างทั้ง HBO Max, Apple หรือจะซื้อของจาก Amazon

BSN #

หลังจากลัลล้าแบบไม่ได้ลงทะเบียนมาประมาณสามอาทิตย์ และยังไม่มีเลขประจำตัวและบัตร residence ที่นี่ ชีวิตก็ลำบากนิดนึงเพราะไม่สามารถ subscribe กับ telco ที่นี่ได้เพราะต้องใช้บัตร residence เพื่อ ยืนยันตัวตน ก็ถึงเวลาไปลงทะเบียนตามที่จองคิวไว้

ที่นี่มีศูนย์ที่เรียกว่า IN Amsterdam (หรือชื่อเก่า Expat center) อยู่แถว Amsterdam Zuid ออกจาก Metro มาก็ถึงเลย ขั้นตอนเอกสารก็ไม่มีอะไรมาก เข้าไปบอกว่าเป็นใครยื่น passport ให้จากนั้นก็จะได้ residence card มา แต่ยังไม่จบต้องลงทะเบียนกับเมืองที่อยู่ต่อ ซึ่งก็จะขอดูเอกสารที่เตรียมมาทั้งหลาย ทั้ง passport และ birth certificate จากนั้นก็ได้เอกสารมาว่าลงทะเบียนกับเมืองเรียบร้อยแล้วนะ และ BSN ที่เป็นเลขไว้ใช้ติดต่อบริการรัฐต่างๆ ทุกอย่างเสร็จประมาณ 30 นาที จากนั้นก็ได้ถุงเอกสาร survival guide สำหรับอยู่ใน Netherlands

← Journeys